หากถามว่าราชินีองค์ใดเลอโฉม ฉลาดหลักแหลม และมีเสน่ห์ที่เย้ายวน

ในราชวงศ์อียิปต์ หลายคนคงตอบว่า "คลีโอพัตรา"

เพราะเธอได้รับฉายาว่าเป็นหญิงสาวเจ้าเสน่ห์ที่กษัติย์นักรบ

ผู้เกรียงไกรแห่งโรมันอย่าง "จูเลียส ซีซ่าร์"

และ "มาร์ค แอนโทนี่" ต้องยอมศิโรราบบนตักของนาง

อย่างละมุนละม่อม คลีโอพัตราเป็นราชินีที่มีความชาญฉลาด

ในทางการเมืองและการรู้เท่าทันคน เพื่อรักษาราชวงศ์อียิปต์ไว้

ภายใต้การเรืองอำนาจแห่งโรมันที่พระนางไม่ยอมก้มหัวให้

จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตที่ประวัติศาสตร์ชาติอียิปต์

ต้องบันทึกไว้ในความทรงจำไปชั่วนิรันด์

 

ประมาณ 322 ปีก่อนคริตกาล พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งกรีก

ได้กรีฑาทัพพร้อม "พโตเลมี" ซึ่งเป็นยอดขุนพลคู่ใจ

บุกเข้าครอบครองอียิปต์แล้วตั้งเมืองหลวงอียิปต์แห่งใหม่

ชื่อว่า "อเล็กซานเดรีย" ตามพระนามของพระองค์

(อเล็กซานเดอร์มหาราชเป็นนักรบกรีกผู้ยิ่งใหญ่

ที่ได้รับการขนานนามว่า "นักรบผู้ไม่เคยพ่ายแพ้"

โดยรบร้อยครั้งชนะทั้งร้อยครั้ง และมีพระชนมายุเพียง 32 พรรษา)

เมืองหลวงแห่งใหม่สร้างยังไม่ทันเสร็จพระองค์ก็เสด็จสวรรคต

ลงเสียก่อน ทำให้บรรดาหัวเมืองต่างๆ พากันตั้งตนขึ้นเป็นใหญ่

"พโตเลมี" ขุนพลผู้ชาญศึกได้เป็นผู้รวบรวมดินแดนอียิปต์

ให้เป็นปึกแผ่นขึ้นอีกครั้ง โดยสถาปนาตนเป็นกษัตริย์พโตเลมีที่ 1

และมีการสืบราชวงศ์จนกระทั่งสมัยคลีโอพัตราที่ 7 (ราชินีองค์สุดท้าย

แห่งอียิปย์ : คลีโอพัตราราชินีแห่งไอยคุปต์นั้นมีกันถึง 7 พระองค์

แสดงว่าชื่อนามนี้ได้รับความนิยมและฮอทฮิตพอสมควรเมื่อครั้งโบราณ)

ในยุคปลายราชวงศ์ "พโตเลมี" มีการแย่งชิงราชสมบัติกันภายในราชวงศ์

ประจวบเหมาะกับการแผ่ขยายอำนาจของโรมัน 

ทำให้ฟาโรห์"พโตเลมีที่ 11" ติดสินบนพวกโรมด้วยทรัพย์สมบัติมหาศาล

เพื่อตอบแทนการสนับสนุนให้ตนได้ครองบัลลังก์ เมื่อทรงครองราชย์

ก็ขูดรีดภาษีประชาชนเป็นจำนวนมากเพื่อจ่ายให้พวกโรม 

เมื่อฟาโรห์ "พโตเลมีที่ 12" บิดาของคลีโอพัตราขึ้นครองราชย์

ก็ต้องแบกรับหนี้สินมากมายและมีการก่อกบฏขึ้น ฟาโรห์พโตเลมีที่ 12

หลบหนีไปยังโรมเพื่อขอความช่วยเหลือและกู้ราชบัลลังก์คืนมา

โดยมีทหารโรมันคุมเชิงอยู่ซึ่งมีสภาพเป็นกึ่งเมืองขึ้นของโรม

เพื่อรักษาอำนาจฟาโรห์ไว้ก็ต้องแลกด้วยการเอาอกเอาใจโรม

หลังจากนั้นไม่นานฟาโรห์ก็สิ้นพระชนม์ และมีพินัยกรรม

แต่งตั้งให้คลีโอพัตราเป็นราชินีเคียงคู่กับพาโรห์พโตเลมีที่ 13

ซึ่งเป็นน้องชายของคลีโอพัตรา (ตามกฏมณเฑียรบาลของอียิปต์นั้น

ฟาโรห์ต้องสมรสกับพี่สาวหรือน้องสาวเพื่อปกครองอียิปต์ร่วมกัน)

 

คลีโอพัตรา เป็นราชินีที่มีความฉลาดหลักแหลมและรู้เท่าทันคน

ซึ่งยากที่พวกขุนนางจะเชิดได้ เพราะในขณะนั้นฟาโรห์มีพระชนม์

12 พรรษา และคลีโอพัตรามีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น

แต่เหล่าขุนนางก็สามารถยุยงให้ฟาโรห์ขับไล่นางออกจากวังได้สำเร็จ

คลีโอพัตราหนีออกจากอเล็กซานเดรียไปซีเรีย เพื่อจัดกองทัพบุกอียิปต์

(ซีเรียเคยเป็นหนี้บุญคุณนางมาก่อน) ซึ่งในขณะนั้น

อาณาจักรโรมันเกิดสงครามกลางเมืองระหว่าง "จูเลียส ซีซ่าร์"

กับ "ปอมเปย์ แมกนัส" ผู้ชนะคือซีซ่าร์ ปอมเปย์ได้หนีไปพึ่งอียิปต์

แต่กลับถูกฟาโรห์สั่งสังหารเพื่อเอาศรีษะไปกำนัลแด่ซีซาร์

และขอความช่วยเหลือให้จัดการกับทัพของคลีโอพัตรา

ซีซ่าร์ไม่ทรงพอพระทัยที่ฟาโรห์สั่งฆ่าตัดศรีษะปอมเปย์

เพราะทรงเห็นว่าเป็นการไม่ให้เกียรติย์นักรบแห่งโรม

ในคืนนั้นคลีโอพัตราได้วางแผนเพื่อเข้าพบซีซ่า

โดยเข้าไปอยู่ในม้วนพรมเพื่อเป็นของขวัญให้ซีซ่าร์

เมื่อนางกำนัลยกห่อพรมดังกล่าวไปถวายองค์ซีซ่าร์

เมื่อคลี่พรมออกก็ทรงพบกับคลีโอพัตราที่มีรูปโฉมงดงาม

(ปล.จะสู้คุณอีฟได้ไหมเนี๊ยะ..อิอิอิ) ซีซ่าร์ก็หลงรักในทันที

ในขณะนั้นซีซ่าร์อายุกว่า 50 ปีแล้วแต่มีอำนาจมากในยุคนั้น

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้คลีโอพัตราต้องเข้าหาซีซ่าร์

ในการปลดอำนาจฟาโรห์พโตเลมีที่ 13 และพวกคณะขุนนาง

และใช้อำนาจของซีซ่าร์ตั้งตนเป็นราชินีแห่งอียิปต์ 

("จูเลียส ซีซ่าร์" เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน

ที่ต่อมาได้มีการขนานนามจักรพรรดิ์แห่งโรมทุกพระองค์ว่า "ซีซ่าร์")

ทั้งคู่ครองรักกันที่อียิปต์จนมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน คือ "ซีซาร์เรี่ยน"

 

ซีซ่าร์อยู่กับคลีโอพัตราเป็นเวลานานโดยไม่กลับโรม

ทำให้สภาซีเนทแห่งโรมพากันโจมตีซีซ่าร์ว่าหลงผู้หญิงจนลืมโรม

ทำให้ฝ่ายต่อต้านโรมรวมตัวกันกบฏขึ้นที่เอเชียไมเนอร์

ซีซ่าร์ได้ปราบกบฏจนสำเร็จ เมื่อทรงกลับโรมจึงได้รับการสนับสนุน

จากประชาชนและสภาซีเนท ต่อมาซีซ่าร์ได้พาคลีโอพัตรา

เข้าไปยังกรุงโรม และให้ช่างปั้นรูปคลีโอพัตราโดยให้ชื่อรูปปั้น

ว่า "เทพีวีนัสเจเนทริกซ์" เพื่อประดับในเทวาลัย

ที่สร้างใหม่ ทั้งนี้ ฝ่ายต่อต้านซีซ่าร์ในสภาซีเนทกริ่งเกรงว่า

คลีโอพัตราจะชี้แนะให้ซีซ่าร์รวบอำนาจเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

โดยมีซีซาเรี่ยนเป็นรัชทายาท (โรมเขามีรัฐสภาบริหารประเทศ)

พวกนักการเมืองก็กลัวจะสูญเสียอำนาจเลยมีการปล่อยข่าว

ให้ร้ายคลีโอพัตรา และสมคบคิดกันรุมฆ่าซีซ่าร์ด้วยมีดสั้น

ที่แอบนำเข้าไปในที่ประชุมรัฐสภา

ซีซ่าร์ได้ทำพินัยกรรมโดยระบุให้ออคตาเวี่ยน ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรม

เป็นผู้ปกครองโรม บ้างว่าในภายหลังซีซ่าร์ได้ยกตำแหน่ง

ให้ซีซาเรี่ยนแล้วมีการบิดเบือนโดยคนในสภาซีเนท 

คลีโอพัตราพร้อมลูกหนีกลับอเล็กซานเดรียเพื่อรักษาอียิปต์

"มาร์คแอน โทนี่" แม่ทัพผู้เกรียงไกรของซีซ่าร์ได้ออกไล่ล่า

สังหารพวกลอบสังหารซีซ่าร์องค์ก่อนจนสำเร็จทำให้เป็นวีรบุรุษ